EUR/USD Near 1.1750

286
EUR/USD เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1.1750 จับตาถ้อยแถลงจากเฟด (Fedspeak)

ค่าเงิน EUR/USD ยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 1.1750 ในช่วงการซื้อขายของตลาดยุโรปวันศุกร์ หลังจากอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์ โดยการปรับฐานถูกจำกัดจากการฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยของเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านขาลงของคู่เงินอาจยังมีจำกัด ท่ามกลางความคาดหวังต่อทิศทางนโยบายการเงินที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ตลาดกำลังรอถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด (Fedspeak) เพื่อประเมินแนวโน้มในระยะถัดไป


## มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)

ในเชิงเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นของ EUR/USD ยังคงอยู่ในฝั่งขาขึ้น โดยราคาปัจจุบันยืนอยู่สูงกว่าราคาเปิดของวันประมาณ 23 จุด (pips) ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (Simple Moving Average: SMA) ระยะ 20 ช่วง ปรับตัวขึ้นเหนือเส้น SMA ระยะ 100 และ 200 ช่วง และทั้งสามเส้นมีทิศทางขาขึ้น ซึ่งสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคา โดยราคายังคงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมด และเส้น SMA 20 ช่วงบริเวณ 1.1656 ทำหน้าที่เป็นแนวรับเชิงพลวัตในระยะใกล้

ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัด Momentum ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับกึ่งกลางและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงแรงซื้อที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ส่วนดัชนี Relative Strength Index (RSI) อยู่ที่ระดับ 69 ซึ่งเข้าใกล้เขตซื้อมากเกินไป (Overbought) ทำให้การปรับขึ้นต่ออาจเริ่มชะลอลงได้ในระยะสั้น แนวรับแรกกระจุกตัวอยู่บริเวณเส้น SMA 20 และ 100 ช่วงที่กำลังปรับตัวขึ้น ระหว่างระดับ 1.1656–1.1603 โดยตราบใดที่ราคายังยืนเหนือโซนดังกล่าว อคติระหว่างวันยังคงเป็นบวก

สำหรับกราฟรายวัน EUR/USD ซื้อขายอยู่เหนือเส้น SMA 20 วันซึ่งมีลักษณะเป็นขาขึ้นที่ระดับ 1.1605 แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น SMA 100 วันที่ระดับ 1.1642 ซึ่งยังคงมีความลาดเอียงลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้น SMA 200 วันที่กำลังปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1.1478 ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพรวมแนวโน้มเชิงบวก นอกจากนี้ ตัวชี้วัด Momentum ยังคงขยับขึ้นในแดนบวก ขณะที่ RSI อยู่ในระดับเชิงบวกเช่นกันที่ประมาณ 66

## ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)

คู่เงิน EUR/USD ซื้อขายใกล้จุดสูงสุดใหม่ในรอบสองเดือนที่ระดับ 1.1719 ในวันพฤหัสบดี โดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังการประกาศผลการประชุมด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังการประชุมเป็นเวลา 2 วัน เฟดประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน (bps) ในวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Target Range) อยู่ที่ระดับ 3.50%–3.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของเฟดสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบาย โดย Stephen Miran สนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยที่มากกว่านี้ถึง 50 จุดพื้นฐาน ขณะที่ประธานเฟดสาขาชิคาโก Austan Goolsbee และประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี Jeffrey Schmid มีความเห็นให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดยังเผยแพร่รายงานประมาณการเศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections: SEP) ฉบับใหม่ ซึ่งยังคงมุมมองว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2026 และอีก 1 ครั้งในปี 2027 ซึ่งถือว่ามีลักษณะค่อนข้างเข้มงวด (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าประธานเฟด Jerome Powell จะสิ้นสุดวาระในเดือนพฤษภาคม 2026

จากปัจจัยดังกล่าว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผันผวนทั้งในแดนบวกและลบ แต่สุดท้ายอ่อนค่าลง เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกมีน้ำหนักมากกว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพิ่มแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนเชิงเก็งกำไรเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าต้นทุนการกู้ยืมจะปรับลดลงในอนาคต

ด้านปฏิทินเศรษฐกิจของยุโรปไม่มีข้อมูลสำคัญที่จะประกาศ ขณะที่สหรัฐจะมีการเผยข้อมูลเศรษฐกิจระดับรอง ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดุลการค้าในภาคสินค้าและบริการ

Haftungsausschluss

Die Informationen und Veröffentlichungen sind nicht als Finanz-, Anlage-, Handels- oder andere Arten von Ratschlägen oder Empfehlungen gedacht, die von TradingView bereitgestellt oder gebilligt werden, und stellen diese nicht dar. Lesen Sie mehr in den Nutzungsbedingungen.